การส่งออกของ SME ไทยในครึ่งปีแรกของปี 2569 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีมูลค่าสูงถึง 8.94 แสนล้านบาท ขยายตัว 27.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การส่งออกของ SME เติบโตสูงกว่า 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน เกือบ 2 เท่าของการส่งออกโดยรวม
ทำไมตัวเลขนี้ถึงสำคัญ
ประเทศไทยมีผู้ส่งออกมากกว่า 30,000 ราย ในจำนวนนี้กว่า 22,000 ราย หรือประมาณ 73% เป็น SME แต่กลับสร้างมูลค่าการส่งออกเพียง 14% ของมูลค่าส่งออกรวมของประเทศ นั่นหมายความว่ายังมีช่องว่างมหาศาลรอการปลดล็อก หาก SME ได้รับการพัฒนาและสนับสนุนอย่างเหมาะสม
EXIM BANK ชี้ 3 โจทย์ใหญ่
EXIM BANK ระบุว่าโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ตลาดโลก เพราะโอกาสยังเปิดกว้าง แต่อยู่ที่การเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ทั้งองค์ความรู้ การเข้าถึงตลาด เครือข่ายคู่ค้า และเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางการค้า อุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ ได้แก่ อาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ผลไม้แปรรูป อาหารสุขภาพ และบรรจุภัณฑ์ที่เติบโตตามอุตสาหกรรมอาหารและยานยนต์ไฟฟ้า
กับดักที่ต้องระวัง: โตแล้ว แต่โตอย่างไร?
ผู้เชี่ยวชาญจาก EXIM BANK ตั้งข้อสังเกตว่า “โตอย่างไร” สำคัญกว่า “โตเท่าไหร่” เนื่องจากการเติบโตของ SME ยังพึ่งพาสินค้าเดิมและกระจุกตัวในตลาดหลัก ความท้าทายคือการกระจายตลาดและยกระดับสินค้าให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
กลยุทธ์สามสมดุลของรัฐบาล
รัฐบาลได้ประกาศกลยุทธ์ “สามสมดุล” ได้แก่ สมดุลด้านตลาด (กระจายตลาดส่งออกใหม่) สมดุลด้านสินค้า (เพิ่มสัดส่วนมูลค่าที่สร้างในประเทศ) และสมดุลด้านรายได้ (กระจายผลประโยชน์สู่ SME และเกษตรกร) กลยุทธ์นี้มุ่งให้ผลประโยชน์จากการส่งออกไหลเวียนสู่เศรษฐกิจฐานรากมากขึ้น
FTA คือเครื่องมือสำคัญ
การใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในครึ่งปีแรกของปี 2569 มีมูลค่าถึง 1.57 ล้านล้านบาท เติบโต 7.33% การส่งเสริมให้ SME ใช้สิทธิ FTA จะช่วยลดต้นทุนภาษีและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก